5 Green Café in Ari 5 ร้านในอารีย์ ที่กรีนได้ใจ

23.06.2017

ถ้าจะหาแหล่งรวมร้านคาเฟ่ที่นอกเหนือจากโซนสุขุมวิทแล้ว อีกแหล่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ อารีย์ เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เกิดเป็นมนต์ขลังที่มักจะสะกดให้คนจากทั่วทุกสารทิศเข้ามาเยี่ยมเยือนและสัมผัสกับความเป็นชุมชนเมืองผ่านคาเฟ่เหล่านี้ได้เสมอ

ปัจจุบันมีคาเฟ่เกิดขึ้นใหม่มากมาย เป็นแหล่งที่รวบรวมบรรดาคนยุคใหม่ที่ชอบมานั่งกิน นั่งดื่ม เพื่อพักผ่อน พบปะกับเพื่อนฝูง ถ่ายรูปเซลฟี่กับอาหารสุดโปรด หรือเป็นสถานที่ทำงานของเหล่าฟรีแลนซ์ และบางคนก็ได้เพื่อนใหม่กันไปเลยก็มี เพราะบรรยากาศของร้านนั้นเอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ของคนภายในร้านนั่นเอง จะเห็นได้ว่าร้านที่เป็นคาเฟ่ ณ ตอนนี้จะเป็นกึ่งๆบ้าน ดูอบอุ่น เป็นเรื่องของสไตล์โลกในปัจจุบัน และบรรยากาศก็ดูเป็นกันเองเอามากๆ ร่มรื่น สดใส ดูเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านค้าเหล่านี้ก็หันมาสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น เริ่มจากการตกแต่งร้าน สิ่งของ หรือวัสดุต่างจะเป็นของ ECO หรือ ของเก่าที่นำมา Recycle ต่างๆ รามไปถึงสีเขียวของเหล่าพรรณไม้นั้นช่วยดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้านเช่นกัน

เนื่องจากเทรนด์ Eco-Friendly  กำลังมาแรง วันนี้เราจึงพาทุกคนไปรีวิว 5 ร้านสุด Green ในอารีย์ และจะ Green เว่อวังกันแค่ไหนมาดูกันคะ

       เริ่มกันที่ร้านเล็กๆที่อยู่ใน ซอย 1 กับความน่ารักๆ ตามแบบฉบับของ Witty Ville







เป็นร้านเล็กๆที่เมื่อทุกคนได้มาสัมผัสกับรสชาติของ Scone แล้ว มักจะติดกับดักกันแทบทุกรายและส่วนใหญ่ก็จะกลับมาซ้ำกันอีกหลายต่อหลายครั้ง ในเรื่องของรสชาติของขนมที่ทางเจ้าของอย่างคุณกุล ได้ดูแลใส่ใจอย่างเป็นพิเศษแล้ว ในเรื่องของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็ใส่ใจไม่แพ้กัน ถึงจะเป็นร้านเล็กแต่ก็พอจะมีพื้นที่ในการตกแต่งด้วยไม่ประดับอยู่บ้าง และอีกอย่างทางร้านเลือกใช้ถุงกระดาษเมื่อลูกค้าสั่งขนมกลับบ้าน นอกจากถุงกระดาษนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้ลุคของร้านดูเป็น ECO แล้ว ถุงกระดาษก็ยังสามารถย่อยสลายได้ และก็ยังสามารถลดการใช้ถุงพลาสติดได้อีกด้วย

Location : เข้าซอยอารีย์ 1 ประมาณ 50 เมตร ร้านอยู่ด้านขวามือ (ต้องสังเกตดีๆนะคะ เพราะร้านเล็กมาก) 
เปิด-ปิด : 9.00 - 19.00 น.
ติดต่อ : 094 639 3653
https://www.facebook.com/wittyville

(ขอบคุณภาพจาก www.facebook.com/wittyville)


       ถัดมาในซอยเดียวกัน เป็นคาเฟ่ที่เหล่าบรรดาดีไซเนอร์ต้องรู้จักอย่าง FAB Café



ถ้าจะบอกว่าเป็นคาเฟ่รวมหลากหลายไอเดีย และทันสมัยที่สุดด้วยเทคโนโลยีก็ไม่ผิดเพราะภายในเป็นพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานและการแชร์ไอเดียผ่านสื่อหลักคือเครื่องตัดเลเซอร์ 2 มิติ เช่นฉลุลายลงบนวัสดุ และอื่น ๆ อีกมากมาย







ถึงทางร้านจะก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงใดแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความเป็น Eco-Building ซึ่ง คุณเจน ซึ่งเป็นเจ้าของร้านและอาจารย์สุดเท่จากคณะสถาปัตย์ฯ บอกกับเราว่า ร้านที่นี่ออกแบบการใช้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแบบโปร่งแสงโดยใช้กระจกบานใหญ่เพื่อประหยัดการใช้ไฟ และภายในพื้นที่ก็มีต้นไม้ที่ปลูกรอบบริเวณของร้านซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ข้างในร้านเป็นที่สะดุดตาเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากความอร่อยของอาหารและความล้ำสมัยเทคโนโลยีแล้ว ทางร้านก็จะมีการจัดตลาด 100 (กิ)โล  โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้าโดยได้ทำการคัดเลือกเฉพาะสินค้าที่ผลิตและเพาะปลูกอยู่ภายในพื้นที่โดยรอบ ไม่เกิน 100 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ และ จัดตั้งตลาดนัดในเมืองให้กับเกษตรกรเหล่านี้ ดังนั้นสิ่งที่ได้จากการมาช็อปก็คือคุณภาพ และยังได้ร่วมสนับสนุนเกษตรกรผู้ที่ผลิตสินค้าด้วยใจเหล่านี้อีก

Location : เข้าซอยอารีย์ 1 เดินถัดจาก ร้าน Witty View ประมาณ 200 เมตร ร้านอยู่ทางด้านซ้ายมือ
เปิด-ปิด : 10.00 - 20.00 น.
ติดต่อ : 083 619 9983
https://www.facebook.com/fabcafebangkok/

(ขอบคุณภาพจาก /www.facebook.com/fabcafebangkok, www.fabcafe.com/bangkok)


       เดินเข้ามาอีกหน่อยในซอยเจือจิต Ease Café & Co Working Space







เรียกได้ว่าเป็นตัวแม่ในเรื่องของความ Green กันเลยทีเดียว นอกจากการตกแต่งร้านที่เน้นไปทางเรียบง่าย สไตล์ Eco-Friendly เพื่อให้มีพื้นที่ในการเดินไปมาสะดวกต่อการ
ทำกิจกรรมต่างๆ ในโซนชั้นล่างที่เป็นคาเฟ่ก็มีกระจกทั่วเกือบทุกมุมของร้านเพื่อให้แสงสว่างเข้าได้มากพอต่อการทำงาน และเป็นการประหยัดการใช้ไฟไปในตัว โดยที่ยังคงความเย็นของภายในร้านได้เป็นอย่างดี เพราะโดยรอบร้านก็จะมีต้นไม้เล็กใหญ่ปะปนกันไปอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งต้นไม้เหล่านี้จะช่วยปกป้องแสงแดดได้เป็นอย่างดี โดยคุณออม ซึ่งเป็นทั้งหุ่นส่วนและเจ้าของร้านได้เล่าให้ฟังว่า ที่ร้านนี้ประดับประดาไปด้วยต้นไม้ เพราะอยากเห็นสีเขียว ให้รู้สึกสบายตา เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในใจกลางเมือง

Location : เข้าซอยพหลโยธิน 7 ประมาณ 100 เมตร สังเกตทางขวามือ เข้าซอยเจือจิตต์ ประมาณ 50 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ
เปิด-ปิด : 10.00 - 22.00 น.
ติดต่อ : 092 828 5424
https://www.facebook.com/Easebkk

(ขอบคุณภาพบางส่วนจาก www.facebook.com/Easebkk)


       Lilou Café คาเฟ่มังสาวิรัตขวัญใจสายสุขภาพ








เมื่อย่างก้าวเข้าร้านเราจะได้รับรู้ถึงความเป็น Organic ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน อาหารสุขภาพเรียงรายมายั่วน้ำลายของชาว Vegan ได้เป็นอย่างดี ขนาดร้านกระทัดรัดตกแต่งประดับด้วยสินค้า Organic และไม้ประดับเล็กน้อย ชวนให้นึกถึงความน่ารักแบบอบอุ่น โดยถอดแบบมาจากเจ้าของร้านที่มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มและดูเป็นมิตรตลอดเวลาพร้อมทั้งแนะนำอาหารอย่างผู้ชำนาญ และยังสนใจและใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ซึ่งข้างหลังร้าน Lilou Café ก็เป็น The Yard Hostel เป็นโฮสเทลที่รวบรวมความ Eco ไว้เกือบทั้งหมด ซึ้งทั้งสองแห่งก็ล้อมรอบไปด้วยสีเขียวฉะอุ่มของต้นไม้ คลุกเคล้าไปกับบรรดานักท่องเที่ยวที่ต่างก็แวะเวียนกันมาพัก พร้อมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ชวนให้บรรยากาศในระแวกนั้นดูอบอุ่นขึ้นไปอีก

Location : พหลโยธิน 5 ซอยราชครู โดยจากปากซอยเลี้ยวซ้ายเข้ามาที่ซอยแรกวิ่งตรงเข้าไปเกือบสุดซอย จะห็นร้านอยู่ติด The yard โฮสเทล
เปิด-ปิด : 11.00 - 20.00 น.
ติดต่อ : 089 142 8203
https://www.facebook.com/LILOU-1004816022905912/

(ขอบคุณภาพบางส่วนจาก ww.bkkmenu.com)


       กลับเป็นเด็กอีกครั้งกับ Panary Café









การตกแต่งร้านที่สะดุดตาเหมือนกับสนามเด็กเล่นของเด็กๆ ทำให้ Panary Café เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของคนที่ชอบความสนุกสนาน ร่าเริง ต้นไม้ที่ที่ตกแต่งด้วยโคมไฟเล็กห้อยอยู่ตรงกลางร้านก็ทำให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติเป็นอย่างดี เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลักแถมยังมีกระจกใสบานใหญ่ที่หน้าร้านเพื่อรับแสงและทำให้ร้านดูโปร่งโลงสบาย
และเจ้าของร้านเอง ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อารีย์มาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่มามากมาย และตระหนักในในเรื่องของการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก และเปิดรับในสิ่งใหม่ๆเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและช่วยเหลือชุมชนอยู่เสมอ

Location : ใต้คอนโด Noble Reform ซอย พหลโยธิน 7 ติดกับร้าน Casa Lapin
เปิด-ปิด : 10.00 - 20.00 น
ติดต่อ : 02 116 6889
https://www.facebook.com/panarycafe

(ขอบคุณภาพบางส่วนจาก www.bkkmenu.com)


ทั้ง 5 ร้านสุด Green ในอารีย์ ที่เราได้เลือกมานำเสนอในครั้งนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของอีกหลายร้านที่มีแนวทางการพัฒนาในรูปแบบ Eco-Friendly สิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะได้แน่ๆ ในการเข้ามาในร้านแนวนี้คือ ความใส่ใจ ลองคิดดูเล่นๆว่า ถ้าร้านที่คุณได้เข้าไปนั้น ข้างหลังร้านมีการคัดแยกเศษอาหาร แยกขยะเปียกขยะแห้ง จัดสรรปันส่วนอย่างเป็นระบบ ใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติก ใช้วัตถุดิบที่ปลอดสารพิษและคัดเลือกอย่างพิถีพืถันมาปรุงอาหาร เป็นต้น เหล่านี้คือเคล็ดลับเล็กๆ แต่ได้ผลลับที่เกินคาด และจะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่ามาเข้ามาร้านนี้แล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน

ALL RIGHTS RESERVED. © 2015 SPARC THAI.